Thursday, February 4, 2016

ปฏิจจสมุปบาท

[๒๖๖] ชาติเกิดเพราะภพเป็นปัจจัย เป็นไฉน
เป็นปัจจัยความเกิด ความเกิดพร้อม ความหยั่งลงความเกิดจำเพาะ ความปรากฏนี้เรียกว่า ชาติเกิดเพราะภพเป็นปัจจัยแห่งขันธ์ ความได้อายตนะ ในหมู่สัตว์นั้นๆของเหล่าสัตว์นั้นๆ อันใด
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
[๒๖๗] ชรามรณะเกิดเพราะชาติเป็นปัจจัย เป็นไฉนชรา ๑ มรณะ ๑ในชราและมรณะนั้น ชรา เป็นไฉนความคร่ำคร่า ภาวะที่คร่ำคร่า ความที่ฟันหลุดความที่ผมหงอก ความ-*ที่หนังเหี่ยวย่น ความเสื่อมสิ้นอายุความแก่หง่อมแห่งอินทรีย์ ในหมู่สัตว์นั้นๆของเหล่าสัตว์นั้นๆ อันใด นี้เรียกว่า ชรา มรณะ เป็นไฉน*ตาย ความทำกาละ ความแตกแห่งขันธ์ความทิ้งซากศพไว้ ความขาดแห่งความเคลื่อน ภาวะที่เคลื่อน ความทำลายความหายไป มฤตยู ความ-ชราและมรณะดังกล่าวมานี้ นี้เรียกว่าชรามรณะเกิดเพราะชาติเป็นปัจจัยชีวิตินทรีย์ จากหมู่สัตว์นั้นๆของเหล่าสัตว์นั้นๆ อันใด นี้เรียกว่า มรณะ
[๒๖๘] โสกะ เป็นไฉนความโศกเศร้า กิริยาโศกเศร้า สภาพโศกเศร้าความแห้งผากภายในความแห้งกรอบภายใน ความเกรียมใจ ความโทมนัสลูกศรคือความโศกเศร้าความเสื่อมศีล หรือความเสื่อมทิฏฐิ กระทบแล้วของผู้ประกอบด้วยความเสื่อมของผู้ที่ถูกความเสื่อมญาติความเสื่อมโภคทรัพย์ ความเสื่อมเกี่ยวด้วยโรค
[๒๖๙] ปริเทวะ เป็นไฉนอย่างใดอย่างหนึ่งของผู้ที่ถูกเหตุแห่งทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งกระทบแล้ว นี้เรียกว่าโสกะความร้องไห้ ความคร่ำครวญ กิริยาร้องไห้กิริยาคร่ำครวญ สภาพร้อง-กิริยาพิไรร่ำ สภาพพิไรร่ำของผู้ที่ถูกความเสื่อมญาติ ความเสื่อมโภคทรัพย์*ไห้ สภาพคร่ำครวญ ความบ่นถึง ความพร่ำเพ้อความร่ำไห้ ความพิไรร่ำความเสื่อมเกี่ยวด้วยโรค ความเสื่อมศีลหรือความเสื่อมทิฏฐิ กระทบแล้ว ของ
[๒๗๐] ทุกข์ เป็นไฉนผู้ประกอบด้วยความเสื่อมอย่างใดอย่างหนึ่งของผู้ที่ถูกเหตุแห่งทุกข์อย่างใดอย่าง*หนึ่งกระทบแล้ว นี้เรียกว่า ปริเทวะความไม่สบายกาย ความทุกข์กายความเสวยอารมณ์ที่ไม่สบาย เป็นทุกข์อันเกิดแต่กายสัมผัสกิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่สบายเป็นทุกข์อันเกิดแต่กายสัมผัส อันใด นี้เรียกว่า ทุกข์
[๒๗๑] โทมนัส เป็นไฉนความไม่สบายใจ ความทุกข์ใจความเสวยอารมณ์ที่ไม่สบายเป็นทุกข์อันเกิดแต่เจโตสัมผัสกิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่สบายเป็นทุกข์อันเกิดแต่เจโตสัมผัสอันใด นี้เรียกว่า โทมนัส
[๒๗๒] อุปายาส เป็นไฉนความแค้น ความขุ่นแค้น สภาพแค้น สภาพขุ่นแค้นของผู้ที่ถูกความเสื่อมญาติ ความเสื่อมโภคทรัพย์ความเสื่อมเกี่ยวด้วยโรค  ความเสื่อมศีลหรือความเสื่อมทิฏฐิ กระทบแล้วของผู้ประกอบด้วยความเสื่อมอย่างใดอย่างหนึ่ง
[๒๗๓] คำว่าความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ย่อมมีด้วยประการของผู้ที่ถูกเหตุแห่งทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งกระทบแล้วนี้เรียกว่า  อุปายาสอย่างนี้นั้น ได้แก่ความไปร่วม ความมาร่วมความประชุม ความปรากฏแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ ด้วยเหตุนั้นจึงเรียกว่าความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้
สุตตันตภาชนีย์
จบเนื้อความ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕  บรรทัดที่ ๓๗๓๒ - ๓๘๔๕.  หน้าที่ ๑๖๑ - ๑๖๕.

Tuesday, June 2, 2015

ไม่คลุกคลี

"...ไม่คลุกคลี กายวาจาใจของเรานะอย่าไปคลุกคลีกับคนอื่นมาก วุ่นวายอยู่กับคนอื่นมากเนี่ย เสียเวลา เนิ่นช้าแน่นอน บางคนภาวนานะ ห่วงคนโน้นห่วงคนนี้นะ อย่างนิสัยพระโพธิสัตว์ถึงได้เนิ่นช้า...มันห่วงคนโน้นห่วงคนนี้นะ มันก็คลุกคลีไปเรื่อย มันอยากไปช่วยเขานะ
เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากพ้นทุกข์เร็วๆนะ อย่าคลุกคลีมาก คลุกคลีเท่าที่จำเป็น 

ไปกินเลี้ยง เลี้ยงลูกค้า เป็นการคลุกคลีมั้ย ไม่ใช่นะ เป็นการทำหน้าที่ พาลูกน้องไปเลี้ยง ไม่ได้เรียกว่าคลุกคลีนะ เป็นการทำหน้าที่
คลุกคลีหมายถึง ไม่จำเป็นอะไรเลยก็ไปยุ่งกับคนอื่นตลอดเวลา ว่างๆไม่มีอะไรนะก็ขับรถไปคุยกับเขา รถติดมากก็โทรฯไปคุยกับเขา อะไรอย่างนี้ อยู่ไม่ได้ อยู่เฉยไม่ได้
ไม่มีใครคุยด้วยก็เข้าห้องแชต คุยกับหมากับแมวที่ไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน วุ่นวายอยู่กับคนอื่น วุ่นวายอยู่กับสิ่งอื่นตลอดเวลา ใจออกนอกตลอดนะ อย่างนี้ภาวนาอย่างไรก็เนิ่นช้า
นี่พวกเรามาสำรวจตัวเองนะ เรามักน้อยมั้ย เราสันโดษมั้ย เราคลุกคลีกับคนอื่นเกินจำเป็นมั้ย หลวงพ่อไม่คลุกคลีนะ แต่ไหนแต่ไรตั้งแต่เป็นโยม ทำงานทำเต็มที่นะ ถ้าหมดเวลางานของเรา...กลับบ้าน อาบน้ำอาบท่านะ พักผ่อนพอมีเรี่ยวมีแรง ก็ภาวนา มันก็ไม่ช้าหรอก ถ้าคลุกคลีมากก็ช้า
ทุกครั้งที่เราพูดกับคนอื่น เราเสียพลังงานนะ 
พลังของจิตจะเสียไป เพราะฉะนั้นพูดน้อยๆนะ ดี คนที่มีฤทธิ์ทางใจ สังเกตให้ดีเถอะ เงียบๆ
พวกที่มีฤทธิ์มากๆนะ มีอภิญญามากๆ ไม่ค่อยพูดอะไรหรอก เงียบๆ เพราะพูดมาก เสียพลัง พลังฝึกปรือเสื่อม
ยิ่งไปคลุกคลีกับคนยิ่งไปคบคนฟุ้งซ่านนะ ยิ่งหมดพลังฝึกปรือเลย แล้วไปคบกับพวกพูดธรรมะด้วยกันนะ วันๆ นั่งพูดธรรมะเรื่อยๆนะก็หมดพลังนะ กระทั่งพูดธรรมะก็หมดพลังนะ ไม่ใช่ไม่หมดพลัง พูดเท่าที่จำเป็น..."
🌼หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ขอบคุณบทความดี จาก...https://goo.gl/6k6HkB

ให้ผิวคุณสะอาดเนียนใส ภายในเวลาแค่ 10 นาที ลดเลือนริ้วรอยและช่วยให้รูขุมขนเล็กลง ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น
ผู้สนับสนุน >>>http://goo.gl/mx7OpJ
                                                     

                    ขาวออร่าจับใน 10 นาที 

Wednesday, May 27, 2015

เพื่อการปฏิบัติธรรม

เพื่อการปฏิบัติธรรม เพื่อสู้กับกิเลส ตัณหา อุปาทาน ที่เป็นตัวต้นเหตุแห่งกระแสที่พาไปสู่ความทุกข์ เพื่อการชี้นําหนทางอันเป็นทางสั้น และตรงสู่การดับทุกข์ หาใช่เพื่อพาเข้าไปสู่ความวิเศษวิโส โอ้อวด หรือเพื่อความพิเศษเพิ่มขึ้น แต่เพื่อคลาย ให้ผ่อน เพื่อละความโง่ที่พาให้เกิดเป็นการถือตัว ที่ดันทุรังถือกันมานาน เพื่อสร้างความเย็นให้แก่จิต
                                         .............(โอวาทธรรมของท่าน..ภิกขุโย...)............

 ..................ภาพ เป็นโอวาทธรรมของ...หลวงปูมั่น ภูริทัตโต.....................
การปฏิบัติธรรมของเรา ก้เพื่อการ ปล่อยละ ปล่อยวาง ธาตุขันธ์ เพื่อให้เข้าถึงสภาวธรรมตรงๆนั้นคือ
คววามสงบสุข ปราศจาก ความยึดมั่น หมาย สิ่งใดๆ ในโลกนี้
ความทุกข์ ที่เกิดขึ้นกับคนเราทุกวันนี้ บ้างก้หนี จากปัญหาคือการ ดืมสุราเพื่อหวังจะลืมทุกข์นั้น
บ้างก้วิ่งเข้าหาวัด เพื่อจะขจัดปัดเป่า หรือเสริมบารมีอะไรต่างๆ บ้างก้กล้า เผชิญปัญหาต่อสู้กับมัน จนที่สุด บ้าง ก้ปล่อยวางได้ บ้างก้ปล่อยวางไม่ได้ ดิ้นรนกันทุกวีถีทางเพื่อให้ ให้ออกจากทุกข์นั้นๆได้
แต่สุดท้ายแล้ว การแก้ปัญหาอะไร ก้ตาม ก้ไม่พ้น การแก้ ปัญหาทั้งหมด ของเราทุกๆคนจะต้องแก้ปัญหาต่างๆที่กายและใจเรานีนี้เอง  การแก้ปัญหา ต่างๆต้องใช้เหตุผลต่างๆ และคิดให้รอบครอบปัญหาต่างๆ ยิ่งคิด ยิ่งยาวไกล เพราะ สิ่งต่างๆมันจะถูกปรุงแต่งจาก จิตใจ พร้อมด้วย ความทะยานอยากนั้นเพื่อให้สิ่งที่ตัวเองคิดนั้นสิ้นสุดลง แต่จนแล้วจนรอด ก้ยังพาตัวเองออกจากปัญหานั้นไม่ได้ เพราะการคิดวนรอบ หรือเรียกว่า พายเรือในอ่าง ของจิตใจเรา นั้นเอง เราลองหยุดคิด.....แล้วย้อน หรือ มีความรู้สึกตัว กลับมาที่ตัวของเราดู แล้ว ลอง ทำใจให้สบายๆ วางกาย เราให้โปร่งโร่งเบา พร้อมมีสติ รู้ ลมหายใจ เข้าออก สักครู่ แล้วลอง พิจารณาความรู้สึกของเาดูสิ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง...!!



               ...............ธรรมะบรรยายของหลวงพ่อ วิชัย เขมมิโย วัดถ้ำผาจม จ.เชียงราย...........

ผู้สนับสนุนหลัก >>> http://goo.gl/4WZNBb